2005/Dec/21

เธอเป็นลูกแม่ใช่หรือไม่

เธอเคยได้ยินใช่ไหม
ในที่ทั่วทั่วไปในหลายหลายหน
เขาเรียก นักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชน
เคยรู้สึกสับสน สงสัย หรือไม่เคย

ทำไมต้องนักศึกษาและประชาชน

นักศึกษาไม่ใช่คนหรือเขาจึงเอ่ย
จำแนกแยกไว้ต่างหากจากคำภิเปรย
จนเธอรู้สึกเฉยๆ เป็นธรรมดา
แท้ที่จริงคำเหล่านี้มีความหมาย
มิใช่กล่าวเอาง่ายๆไร้คุณค่า
เป็นคำเตือนให้ตระหนักในศักดิ์ฐานา
ว่านักเรียนนิสิตนักศึกษาหาใช่ ประชาชน

ประชาชนนั้นคือชนคนทำคนสร้าง
ผู้ลงแรงหักร้างและตั้งต้น
ทำแต่งาน งานเท่านั้นที่บันดล
มือของคนที่ผลักโลกคือมือนี้
มือที่จับจอบจับไถมือไสกบ
มือที่เชิดชูพิภพให้มีค่ามีศักดิ์ศรี
ดินเป็นนาป่าเป็นเมืองรุ่งเรืองทวี
คือมือของคนที่เรียกว่าประชาชน

เธอนักเรียนนิสิตนักศึกษา
คือผู้เรียนวิชาเรียนปัญหาเรียนเหตุผล
ก่อนที่จะก้าวย่างไปตามทางแต่ละคน
สู่ความเป็นประชาชนอย่างเต็มตัว
ฐานะเธอจึงเป็นเช่นลูกน้อย
ประชาชนคือแม่คอยอยู่คุ้มหัว
โลกนี้สังคมนี้คือครอบครัว
วางหน้าที่ไว้ทั่วทั่วตามเท็จจริง
นักเรียนนิสิตนักศึกษาจึงมีอภิสิทธ์
ที่ประชาชนได้อุทิศเป็นที่ยิ่ง
เธอคือลูกหลานประชาอย่าทอดทิ้ง
ต้องตระหนักในสิ่งนี้มีสำนึก
จงศึกษาไปเพื่อเป็นประชาชน
ไปตอบแทนบุญคุณล้นพ้นรู้สึก
อย่าเหินห่างวางท่าโอฬาร์พันลึก

แล้วทึกทักอยู่เหนือกว่าประชาชน

เช่นนั้นเธอคือผู้มีอภิสิทธิ์
มีชีวิตเหนือใครไปทุกหน
คนเช่นนี้ไม่ควรค่าคำว่าคน
เพราะเขาปล้นปวงประชาอย่างน่าละอาย
บัณฑิตเพียงเธอจะหยุดคิดถึงความหมาย
ก่อนจะถอดเสื้อครุยอันกรุยกราย
ทางข้างหน้าท้าทายและคอยเธอ
เธอจะเป็นอภิสิทธิ์ชนหรือประชาชน
มีหนทางอยู่สองหนให้เลือกเสมอ
ถ้าเธอเลือกถูกก็เป็นลูกที่เลิศเลอ
น้ำตาแม่ก็จะเอ่อด้วยอิ่มใจ

นวรัตน์ พงศ์ไพบูล

พระบรมราชานุสาวรีย์ที่ให้มีโอกาสเล่าเรียนได้เสมอกัน
[ สวัสดิ์ จงกล : หอประวัติจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย]


...เมื่อได้กล่าวถึงโรงเรียนนี้ ว่าจะเปนการสงเคราะห์แต่ตระกูลเจ้านายดังนี้
ใช่ว่าจะลืมตระกูลข้าราชการและราษฎรเสียเมื่อไร โรงเรียนที่มีอยู่แล้วแลที่จะตั้งขึ้นต่อไปภายน่า
โดยมากได้คิดจัดการโดยอุส่าห์เต็มกำลังที่จะให้เป็นการเรียบร้อย พร้อมเพรียง
เหมือนอย่างโรงเรียนนี้ แลคิดจะให้แพร่หลายกว้างขวาง เปนคนที่ได้เรียนมากขึ้นกว่าแต่ก่อน
ทั้งจะมีโรงเรียนวิชาอย่างสูงขึ้นไปอีกซึ่งกำลังคิดจัดอยู่บัดนี้ เจ้านายตั้งแต่ลูกฉันเปนต้นไป
ตลอดจนถึงราษฎรที่ต่ำสุด จะให้ได้มีโอกาสเล่าเรียนได้เสมอกัน ไม่ว่าเจ้าว่าขุนนางว่าไพร่
เพราะฉะนั้นจึ่งขอบอกได้ว่า การเล่าเรียนในบ้านเมืองเรานี้จะเปนข้อสำคัญที่หนึ่ง
ซึ่งฉันจะอุส่าห์จัดให้เจริญขึ้นจงได้


พระราชดำรัสในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวที่ได้พระราชทานแก่พระราชวงศ์ และข้าราชการซึ่งเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทในงานของโรงเรียนราชกุมารในพระบรมมหาราชวัง ที่อัญเชิญมาข้างต้นนี้เป็นพระราชปณิธานซึ่งแสดงให้ว่าทรงตั้งพระราชหฤทัยที่จะให้จัดตั้งสถาบันอุดมศึกษา (ทรงใช้คำโรงเรียนวิชาอย่างสูง) ให้มีขึ้นในกรุงสยามเพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนไทยทุกคนมีโอกาสเล่าเรียนเสมอกันพระราชปณิธานนี้ได้รับการยืนยันอีกครั้งดังปรากฏในพระราชดำรัสในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวพระราชทานแก่ผู้ที่ชุมนุมงานพระราชพีธีวาง ศิลาพระฤกษ์ตึกบัญชาการโรงเรียนข้าราชการพลเรือนของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (ตึกอักษรศาสตร์ 1 ในปัจจุบัน) เมื่อวันจันทร์ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2458 ดังนี้


วันนี้เรายินดีที่ได้รับอัญเชิญให้มาวางศิลาฤกษ์สำหรับมหาวิทยาลัยนี้
เพราะเป็นกิจอันหนึ่งซึ่งเราปรารถนาอยู่นานแล้ว ที่จะยังให้เป็นผลสำเร็จตามพระราชประสงค์
ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวพระองค์ได้ทรงพระราชปรารถนามานานแล้ว
ในเรื่องที่จะให้มีมหาวิทยาลัยขึ้นสำหรับเป็นสถานอุดมศึกษาของชาวสยาม แต่ในรัชสมัยของพระองค์
ยังมีเหตุติดขัด ซึ่งการจะยังดำเนินไม่ได้ตลอดปลอดโปร่ง ตัวเราเป็นรัชทายาทจึ่งรู้สึกเป็นหน้าที่อันหนึ่ง
ที่จะต้องทำการนั้นให้สำเร็จตามพระราชประสงค์โดยรู้ว่าเมื่อทำได้สำเร็จแล้ว
จะเป็นเครื่องเพิ่มพูนพระเกียรติยศ เป็นราชานุสาวรีย์เป็นที่คำนึงถึงพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระปิยมหาราชของชาติไทยเรา เป็นการสมควรยิ่งนักที่จะสร้างพระราชานุสาวรีย์อันใหญ่และถาวรเช่นนี้ ทั้งจะได้เป็นเครื่องที่จะทำให้บังเกิดประโยชน์แก่ชาติไทยไม่มีเวลาเสื่อมสูญด้วย


พระราชปณิธานและพระราชดำรัสที่อัญเชิญมานี้ชี้ให้เห็นพระราชปรารถนาที่จะให้พสกนิกรของพระองค์มีโอกาสศึกษาหาความรู้เท่าเทียมกันนับตั้งแต่การศึกษาขั้นต้นจนถึงระดับอุดมศึกษา พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเคยพระราชทานพระราชดำริว่าการจัดตั้งมหาวิทยาลัยมี 2 แนวทางคือตั้งเป็นมหาวิทยาลัยเลย กับค่อย ๆ พัฒนาสถาบันซึ่งทรงมีพระราชปณิธานจะให้เป็นมหาวิทยาลัยตามกำลังจะประมาณ การจัดตั้งอย่างแรกทรงเห็นว่าสิ้นเปลืองมากและจะไม่มีงบประมาณดำเนินงานกิจการอื่นเลย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งและเตรียมการให้สำนักฝึกหัดวิชาข้าราชการฝ่ายพลเรือน หรือโรงเรียนมหาดเล็กขึ้นเป็นมหาวิทยาลัย

ในขณะเดียวกันก็ทรงสนับสนุนให้เปิดโรงเรียนวิชาชีพชั้นสูงในหลายสาขาวิชาขึ้นเพื่อผลิตคนเข้าทำงาน เหตุที่กล่าวเช่นนี้ก็เพราะอนุมานจากพระราชดำรัสในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวซึ่งทรงเป็นองค์รัชทายาทผู้ทรงรับพระบรมราโชบายและทรงทราบพระราชปรารถนาในสมเด็จพระบรมชนกนาถเป็นอย่างดี จึงทรงสถาปนาโรงเรียนมหาดเล็กขึ้นเป็นโรงเรียนข้าราชการพลเรือนของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวให้เป็นมหาวิทยาลัยตามพระบรมราโชบายแลพระราชปรารถนาแห่งสมเด็จพระชนกธิราชของพระองค์ และในที่สุดก็ทรงพระมหากรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ประดิษฐานโรงเรียนข้าราชการพลเรือนฯ ขึ้นเป็นจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ที่เอาเรื่องนี้มาเล่านิดนึงส์ม่ายช่ายว่าจาเปนการอวดหรืออ้างใดๆทั้งสิ้นน่ะค้าบ เพียงเเต่ว่าพวกเราทุกคนสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเปนล้นพ้นของสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวงเเละสมเด็จพระมหาธีรราชเจ้า เพื่อให้คนที่อ่านตระหนักถึงความสำคัญของการศึกษา เเละได้ทราบถึงจุดประสงค์หลักของการจัดตั้งมหาวิทยาลัว่าคือการที่ตั้งมหาวิทยาลัยเเห่งนี้เพื่อให้ทุกคนได้มีการศึกษาเล่าเรียนอย่างเท่าเทียมกันไม่ว่าคนคนนั้นจาเปนครายก้อตาม
ถ้าวันหลังมีโอกาสเกี่ยวกับเรื่องของจุฬาจาเอามาเล่าให้ฟังอีกน่ะค้าบป๋ม

Comment

Comment:

Tweet


#3 by จตชย (61.19.236.164) At 2007-11-14 09:54,
ฮะ ยินดีที่จะสนองพระราชดำรัสของพระพุทธเจ้าหลวงครับ
#2 by MAMORU66 At 2005-12-23 00:00,
จะศึกษาไปเพื่อ ประชาชน ค่ะ
เพราะเราคือ ลูกหลานประชาชน
#1 by LittleCancer At 2005-12-21 19:37,

pingkykung
View full profile